ปัญหาอุณหภูมิความชื้นภายในห้องสัตว์เลี้ยงของเรา

ความชื้นสูง ช่วงหน้าฝน ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอกับสัตว์เลี้ยงของเรา

   พอเริ่มผ่านหน้าร้อนที่เรียกได้ว่า ร้อนหนักมากกันไปแล้ว ตอนนี้ก็ถือว่าอยู่ในช่วงหน้าฝน ที่ฝนก็ตกลงมากระหน่ำไม่เว้นแต่ละวันกันเลยทีเดียว จนหลายๆ คนถึงกับส่ายหน้ากันเลยที่เดียว สำหรับช่วงหน้าฝนถือเป็นช่วงที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือเจ้าของน้องหมาหลายๆ คนเป็นกังวลเพราะน้องหมามักจะเจ็บป่วยกันบ่อยๆ ซึ่งปัจจัยหลักๆ ก็มาจากสภาพอากาศและ ความชื้น  โดยผลจากความชื้นสะสมที่สูงในช่วงหน้าฝนนั้น สามารถส่งผลต่อปัญหาสุขภาพได้ไม่น้อยเลยค่ะ
   โดยในช่วงหน้าฝนนั้นนอกจากจะทำให้สุขภาพของคนเรานั้นเจ็บป่วยกันได้ง่ายๆ แล้วนั้น หน้าฝนก็มีผลต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงของเราด้วยเช่นกัน กรณีน้องหมาก็เหมือนหรือจะ คล้ายๆ ร่างกายคนเรา เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมรอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงกระทันหันก็สามารถทำให้ป่วยได้เหมือนกัน ซึ่งปัญหาที่มักเกิดกับน้องหมาในหน้าฝนนั้นมีอยู่
4 ปัญหาหลักๆ ดังนี้ค่ะ

• 1. ความชื้นกับโรคผิวหนัง
• 2. เห็บ หมัด ตัวอันตรายในช่วงหน้าฝน
• 3. เชื้อราในอาหาร
• 4. เชื้อราบริเวณที่อยู่อาศัย

1. ความชื้นกับการเกิดโรคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง

     อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าในช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง ซึ่งความชื้นนี่เองค่ะที่เป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดโรคผิวหนังในน้องหมา ทำให้น้องหมามีปัญหาเรื่องกลิ่นตัว มีตุ่ม ผื่นคัน และหากเกิดการติดเชื้อก็จะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ หรือเชื้อราที่มักพบได้บ่อยตามบริเวณใบหูด้านใน ง่ามนิ้วเท้า รอบจมูกหรือรอบดวงตา และอีกปัญหา ใหญ่ที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนคือ การเกิดคราบเหลืองตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ บนร่างกายของน้องหมา เช่น อุ้งเท้า ใต้ทอง รอบปาก ลำตัว หลังหู ก้นและหาง ซึ่งคราบเหลืองนี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ วิธีการเลี้ยงการดูแล ความอับชื้น ได้รับสิ่งแปลกปลอม เกิดอาการแพ้ หรือเกิดจากความซนของน้องหมาที่มักจะชอบวิ่งเล่น เล่นน้ำ ขุดดิน มุดต้นไม้ จึงทำให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ เกาะตามตัวน้องหมา ยิ่งถ้าหากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ทำความสะอาดร่างกายในทันที สิ่งสกปรกเหล่านี้จะถูกสะสมและก่อตัวเกิดเป็นคราบเหลืองค่ะ
         ดังนั้น เพื่อน ๆ ที่เลี้ยงน้องหมาไว้นอกบ้านก็ควรหมั่นดูแลเรื่องผิวหนังและเส้นขนของน้องหมาให้แห้ง และสะอาดตลอดเวลานะคะ อย่าปล่อยให้น้องหมาเล่นน้ำฝน หรือน้ำสกปรก ดูแลบริเวณที่นอนให้ห่างจากละอองฝน และหมั่นซักทำความสะอาดที่นอนของน้องหมาบ่อย ๆ เพราะในช่วงนี้อาจเกิดความอับชื้นจากที่นอน เมื่อน้องหมานอนบนเบาะก็อาจทำให้เกิดโรคผิวหนังได้ค่ะ … หากเห็นน้องหมาเริ่มมีตุ่มคัน เกา สะบัดหูบ่อยกว่าปกติก็ควรรีบพาไปหาสัตวแพทย์ทันที เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะกลายเป็นโรคผิวหนังชนิดเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษานานและมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามมาเช่นกันค่ะ
     หรือหากไม่ค่อยมีเวลาดูแลน้องหมามากนัก เครื่องลดความชื้น ( Dehumidifier ) ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ดีสำหรับน้องหมา และบ้านของคุณด้วย เพราะการทำงานของเครื่องลดความชื้น จะช่วยปรับสมดุลหรือควบคุมความชื้นในห้องเลี้ยงสัตว์ของเราให้มีค่าความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ควรเลือก อัตราการลดความชื้นของเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้องด้วยเพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความชื้นให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และนอกจากจะช่วยในการ ลดความชื้นแล้ว เครื่องลดความชื้นยังช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคต่างๆ ที่มากับความชื้น พร้อมช่วยกำจัดกลิ่นอับชื้นอีกด้วย

2. เห็บ หมัด ตัวอันตรายในช่วงหน้าฝน

ปัญหา เห็บ หมัด ตัวอันตรายในช่วงหน้าฝน

    เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยพบเจอกันมาไม่มากก็น้อยละครับ นั่นคือปัญหาเห็บหมัดนี่เอง ปัญหานี้นอกจากทำให้เกิดความรำคาญแล้วยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคในสุนัขและแมวได้ โดยจะเริ่มจากโรคและภาวะที่มากับ เห็บ ทำให้สัตว์ป่วย ซึ่งเชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักนั่นคือ โรคพยาธิในเม็ดเลือด ซึ่งมีหลายเชื้อ ติดโดยการถูกเห็บกัด หรือการกินเห็บ เข้าไป โดยต้องเป็นเห็บที่มีเชื้อพยาธิเม็ดเลือดครับ อาการที่แสดงให้เห็น มักจะพบว่าสัตว์ป่วยมีไข้ อาการอ่อนพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักลด โลหิตจาง ต่อมน้ำเหลืองและม้ามโต มีเลือดกำเดา เป็นต้น
    การตรวจวินิจฉัยนอกจากการซักประวัติตรวจร่างกายแล้วควรจะต้องทำการตรวจเลือด หรือใช้ชุดทดสอบร่วมเพื่อหาสาเหตุของเชื้อเพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการแพ้น้ำลายเห็บหมัดที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดปัญหาโรคผิวหนัง
    คราวนี้มาดูความร้ายกาจของหมัดกันบ้าง โรคที่มากับหมัดที่พบ ได้เช่น พยาธิตัวตืดอยู่ในจำพวกพยาธิตัวแบน ซึ่งพยาธิตัวแก่จะอาศัยอยู่ในลำไส้ของสุนัขแล้วปล่อยปล้องที่คล้ายเม็ดแตงกวาหลุดปะปนมากับอุจจาระ พยาธิตัวตืดนี้ติดต่อผ่านหมัดที่กินไข่พยาธิเข้าไป แล้วสุนัขมากินหมัดที่มีไข่พยาธินั้นและในแมวหมัดยังเป็นพาหะของโรคพยาธิเม็ดเลือดได้อีกด้วย เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อในแมวผ่านการกัดของหมัด การติดเชื้อในเม็ดเลือดแดงทำให้เกิดไข้ และภาวะโลหิตจางในแมว เห็นมั้ยครับ เห็บ หมัด นี่ร้ายกาจทีเดียว
    ในส่วนของการกำจัดและควบคุมเห็บหมัดนั้นก็ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไป โดยต้องทำการจัดการสองส่วนควบคู่กันไปในส่วนของตัวสัตว์และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยสองอย่างที่ว่านั่นคือ “ ทั่วถึงและต่อเนื่อง ” ทั่วถึงหมายความว่าควรที่จะทำการป้องกันเห็บหมัดบนตัวสัตว์ทุกตัวที่เราเลี้ยง ซึ่งมีหลายวิธี คือ ผลิตภัณฑ์หยดหลัง ยากิน และวิธีอื่นๆ ตามที่สัตวแพทย์ของท่านแนะนำ ในส่วนของสิ่งแวดล้อม เช่น ในบ้าน สวน ก็ทำการกำจัดเห็บหมัดควบคู่ไปด้วยโดยใช้มาตรการต่างๆ เช่นการหมั่นทำความสะอาดบ้าน ใช้สารเคมีพ่นบนสวน โดยแนะนำว่าให้ปรึกษาสัตวแพทย์ของท่านก่อนใช้สารเคมีต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสารเคมีบางชนิดไม่สามารถใช้กับสัตว์หรือต้นไม้ได้ วงจรชีวิตของเห็บหมัดมีช่วงที่ไม่อาศัยบนตัวสัตว์ด้วย เห็บ หมัด ถือเป็นปรสิตที่อาศัยร่างกายน้องหมาเพื่อดูดเลือดพวกเขาเป็นอาหาร แต่เมื่อวางไข่ก็จะกระโดดลงจากตัวน้องหมามาวางไข่ตามซอกกำแพง พื้นบ้าน ตามซี่ลูกกรงต่างๆ แล้วหากลองสังเกตดูดีๆจะพบว่าน้องหมามักจะมีเห็บเยอะในช่วงหน้าฝน หรือช่วงที่มีฝนตกบ่อยๆ นั่นเพราะว่าความชื้นสัมพัทธ์  (Relative Humidity) หรือ ความชื้นในอากาศสูง จะช่วยให้ไข่เห็บก็จะฟักออกมาได้ดี จึงส่งผลให้ทั้งในบ้านและบนตัวน้องหมาร่ำรวยไปด้วยฝูงเห็บถ้าโชคไม่ดีน้องหมาอาจเกิดโรคพยาธิในเม็ดเลือดได้ จากการที่มีเห็ยเป็นพาหะนำโรคมาติดน้องหมา ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ
    ดังนั้น การจัดการสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยจึงมีความสำคัญ ต่อเนื่องหมายความว่า อย่าเผลอ เพราะหากเราไม่มีความต่อเนื่องในการควบคุม ปัญหาเห็บหมัดก็จะกลับมา หากไม่อยากกลับไปเริ่มต้นแก้ปัญหาเดิมๆ ซึ่งใช้ทุนทรัพย์ ทรัพยากร และเวลา ก็อย่าเผลอนะคะ

3. เชื้อราในอาหารของสัตว์เลี้ยง

• ปัญหาความชื้น เชื้อราที่เกิดขึ้นกับอาหารของสัตว์เลี้ยงเรา

     ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ เพื่อน ๆ ได้ลองสังเกตดูชามอาหารของน้องหมา หรือกระสอบอาหารของน้องหมากันบ้างหรือเปล่าคะ?
เป็นสิ่งที่เจ้าของน้องหมาหลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามกันไปสำหรับ ชามอาหารของน้องหมา กระสอบอาหารของน้องหมาในช่วงหน้าฝนที่มักจะมี ความชื้นสะสม มากกว่าปกติ ซึ่งความชื้นนี้เองค่ะ ที่เป็นสาเหตุของการเกิด เชื้อรา ได้ง่ายมากๆ อย่างในชามอาหารของน้องหมาที่มีอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกอยู่ หากโดนละอองฝน หรืออากาศมีความชื้นก็จะทำให้เชื้อราเจริญเติบโตขึ้นได้ รวมถึงอาหารในกระสอบที่วางไว้ในพื้นที่ที่มีความชื้น หรือโดนฝนสาดก็อาจจะทำให้อาหารเหล่านั้นมีเชื้อราเกิดขึ้น หรือเน่าเสีย เสื่อมคุณภาพ เมื่อน้องหมากินอาหารที่มีเชื้อราเหล่านี้เข้าไปก็อาจทำให้น้องหมาท้องเสีย มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ทำให้น้องหมาเจ็บป่วยได้ค่ะ
    ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราในอาหารของน้องหมา แนะนำว่าให้เก็บอาหารทุก ๆ ประเภททั้ง อาหารเม็ดเร็จรูป อาหารเปียก และขนมของน้องหมาให้มิดชิด โดยต้องคำนึงถึงหลาย ๆ ปัจจัย เช่น เรื่องของความสะอาด ภาชนะจัดเก็บ พื้นที่และตำแหน่งในการจัดเก็บอาหาร อุณหภูมิของห้องที่พอเหมาะ ฯ สำหรับวิธีการเก็บอาหารเม็ดสำหรับน้องหมาที่จะสามารถคงคุณภาพอาหารเอาไว้ได้นานและไม่ชื้นนั้น สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ เริ่มจากนำแก้ว หรือถ้วยที่แห้งสะอาดตักแบ่งอาหารสุนัขจากถุงอาหารปกติที่ซื้อมาใส่ในถุงซิปล็อคหลาย ๆ ใบ แล้วนำไปใส่ไว้ในกล่อง ถังหรือภาชนะสูญญากาศที่มีฝาปิดสนิท โดยเลือกภาชนะที่มีขนาดพอเหมาะกับปริมาณอาหารเม็ด พร้อมกับใส่ สารดูดความชื้น (Silica Gel) ลงไปดูดความชื้น
    หลังจากนั้นจึงนำอาหารไปเก็บในพื้นที่แห้งและร่มที่แสงแดดไม่สามารถส่องถึง และพื้นที่เปียกชื้น เมื่อถึงเวลาจะให้อาหารน้องหมาก็ค่อย ๆ หยิบถุงซิปล็อคที่บรรจุอาหารน้องหมาเอาไว้ออกมาใช้ทีละถุง และเทให้น้องหมาให้พอดีกับความต้องการในแต่ละมื้อของน้องหมา พยายามอย่าเทให้อาหารเหลือติดค้างชามวิธีนี้จะช่วยรักษาและคงความสด ใหม่ ของอาหารเม็ดเอาไว้ได้เป็นอย่างดี และ ปลอดภัยจากเชื้อรา ได้แน่นอนค่ะ
    ส่วนวิธีการเก็บรักษาอาหารเปียกที่ถูกต้องและเรียกว่าเป็นการถนอมอาหารเปียกที่ดีที่สุดก็คือ ทุกครั้งที่นำอาหารเปียกให้น้องหมา เพื่อน ๆ จะต้องใช้ช้อนสะอาดตักแบ่งอาหารเปียกให้น้องหมา ระวังอย่าให้ช้อนสัมผัสกับน้ำลายของน้องหมา (น้ำลายของน้องหมามีเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้อาหารน้องหมาเน่าเสียได้) ส่วนอาหารเปียกที่เหลือจากการให้น้องหมา ให้เพื่อน ๆ เทใส่กล่องทัพเพอร์แวร์ (Tupperware) ขนาดเล็กที่มีฝาปิดสนิท แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จะสามารถถนอมให้อาหารเปียกคงสภาพดีได้นานขึ้นประมาณ 4-5 วัน ค่ะ ส่วนขนมสำหรับน้องหมาก็ใช้วิธีหาขวดโหลขนาดพอเหมาะกับขนมของน้องหมามาใส่ แล้วนำไปเก็บให้พ้นแสงแดดและหลีกเลี่ยงความชื้นเพื่อรักษาคุณภาพของขนมน้องหมาเอาไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ รวมถึงในหน้าฝนนี้ เราต้องหมั่นทำความสะอาดชามอาหารน้องหมาเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา และเพื่อสุขอนามัยที่ดีของน้องหมานะคะ
     และอีกหนึ่งวิธีที่เป็นทางเลือกสำหรับบ้านไหนที่พอมีงบหน่อย ก็ลองเลือกซื้อเครื่องลดความชื้นมาใช้ดู ก็จะช่วยลดความชื้นภายในห้องเลี้ยงน้องหมา และอาหารของน้องหมาได้ด้วยค่ะ แถมยังช่วยลดฝุ่นละออง ลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราลงด้วยค่ะ พร้อมยังช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ ที่จะตามมาด้วยค่ะ

4. เชื้อราในบริเวณที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง

• ปัญหาเมื่อห้องสัตว์เลี้ยงมีความชื้นสูง ที่ก่อให้เกิดเชื้อรา

    นอกเหนือจากเรื่องอาหาร และผิวหนังบนลำตัวของน้องหมาที่เราต้องดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิดแล้วสิ่งแวดล้อม และบริเวณที่น้องหมาอาศัยก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกันค่ะ เพราะเชื้อราสามารถเติบโตได้แทบทุกที่ที่เกิด ความชื้น อย่างบริเวณที่นอน เบาะนอนของน้องหมา ก็เป็นจุดที่หลาย ๆ คนไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญ แต่จริง ๆ แล้วบนที่นอนของน้องหมานั้นสามารถเกิดความอับชื้นได้ง่ายมาก ทั้งจากน้ำลายจากการนอนแทะของเล่นและกินขนม อึฉี่ และน้ำในชามอาหารของน้องหมาที่อาจเปรอะเปื้อน และหมักหมมอยู่บนที่นอน เบาะนอนของน้องหมา ทำให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตขึ้นได้นั่นเองค่ะ
    ทางที่ดีเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อราบนที่นอน เบาะนอนของน้องหมา แนะนำให้เพื่อน ๆ ตรวจดูเบาะเป็นประจำ หากน้องหมาอึ ฉี่ ใส่ที่นอนควรถอดเบาะออกไปซัก และตากจนแห้งสนิท ไม่ควรปล่อยให้น้องหมานอนทับอึ ฉี่ของตัวเองเพราะจะเกิดการหมักหมมของเชื้อโรค และฉี่อาจจะกัดผิวหนังของน้องหมาจนเกิดแผล และอักเสบได้ค่ะ
    รวมถึงในหน้าฝนนี้ เพื่อน ๆ อาจต้องเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่อาศัยของน้องหมาจากเดิมที่กรงน้องหมาอาจโดนละอองฝนได้ ก็เปลี่ยนมาอยู่ในพื้นที่ ๆ แห้งและโปร่ง เพื่อให้ห่างจากการโดนละอองฝน และหมั่นตรวจสอบ และซักทำความสะอาดที่นอนของน้องหมาบ่อยๆ เพราะในช่วงนี้อาจเกิดความอับชื้นได้ง่ายหน้าฝนต้องหมั่นดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิดอย่า  ชะล่าใจเพราะเชื้อราเป็นเหมือนมัจจุราชเงียบที่อาจทำให้น้องหมาของเราเจ็บป่วยได้ง่าย ๆ ค่ะ

• กำจัดความชื้น กำจัดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ความสุขของสัตว์เลี้ยงของเราก็จะคืนกลับมา

    จริง ๆ แล้วการดูแลน้องหมาให้ห่างไกลจากเชื้อรานั้นทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เราต้องหมั่นใส่ใจ สังเกต และดูแลเรื่องความสะอาดทั้งบนตัวน้องหมาและสภาพแวดล้อมให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ เพียงเท่านี้เจ้าเชื้อราก็จะไม่สามารถเจริญเติบโต และมากวนใจเจ้าของและน้องหมาได้แล้วค่ะ หน้าฝนนี้ยังไงก็อย่าลืมดูแลน้องหมากันอย่างใกล้ชิดกันด้วยนะคะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

• เว็บไซต์ : https://www.komchadluek.net/
• เว็บไซต์ : https://www.dogilike.com/
• เว็บไซต์ : conair.co.th