คลังเก็บสินค้าในโรงงานผลิตอาหาร: ความชื้น อุณหภูมิ และมาตรการควบคุม

คลังเก็บสินค้าเป็นพื้นที่สุดท้ายก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะถูกส่งออกสู่ตลาด การควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในห้องเก็บสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพอาหารและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขอนามัย ความชื้นสูงหรือความผันผวนของอุณหภูมิสามารถส่งผลเสียต่อทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์

ปัญหาหลักในคลังเก็บสินค้าคือความชื้นสะสม หากค่า RH สูงเกิน 60% สินค้าแห้ง เช่น ขนมปัง ขนมอบ หรือผงอาหาร อาจดูดซับไอน้ำจนเปียกเกาะตัวเป็นก้อนหรือเสียรสชาติ สินค้ากรอบหรือผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในกระดาษลูกฟูกและกล่องอาจสูญเสียความแข็งแรง ทำให้บรรจุภัณฑ์เสียรูปหรือฉีกขาดง่าย ในขณะเดียวกัน หากอุณหภูมิสูงเกินไป ความชื้นในสินค้าอาจระเหยออกอย่างรวดเร็ว ทำให้สูญเสียความชื้นภายในตัวสินค้าและคุณภาพลดลง

ค่า RH ในคลังเก็บสินค้ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับอุณหภูมิของอากาศ อากาศเย็นมีความสามารถกักเก็บไอน้ำน้อย ค่า RH จึงสูงขึ้นง่าย หากอุณหภูมิต่ำเกินไป อากาศอาจเกิดหยดน้ำ condensate บนพื้น ผนัง หรือสินค้าที่วางเรียง ทำให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ส่วนอากาศร้อนมีความสามารถกักเก็บไอน้ำสูง ค่า RH จะลดลง แม้ปริมาณไอน้ำเท่าเดิม ส่งผลให้สินค้าแห้งเร็วเกินไปและสูญเสียคุณภาพ

แนวทางแก้ไขที่ได้ผลคือการใช้เครื่องลดความชื้นเชิงอุตสาหกรรมควบคู่กับระบบปรับอากาศที่สามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่ เครื่องลดความชื้นช่วยรักษา RH ให้อยู่ในช่วง 45–55% สำหรับสินค้าทั่วไป หรือปรับตามประเภทสินค้าและมาตรฐานที่กำหนด ทำงานร่วมกับระบบหมุนเวียนอากาศ (ventilation) เพื่อป้องกันการสะสมของไอน้ำและฝุ่นละออง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย

มาตรฐานอุตสาหกรรมอาหาร เช่น GMP และ HACCP ระบุว่าห้องเก็บสินค้าควรถูกควบคุมค่า RH และอุณหภูมิอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็น Critical Control Point การรักษาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมช่วยให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ปลอดภัยและมีคุณภาพคงที่ การติดตั้งเครื่องลดความชื้นจึงไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้โรงงานสามารถรักษามาตรฐานและความปลอดภัยของอาหารได้อย่างสม่ำเสมอำำำ

สอบถามเพิ่มเติม

โทร: 02-901-6928, 02-901-6998
แฟกซ์: 02-901-5850
ฝ่ายขาย: ต่อ 20-21
ฝ่ายขาย: 061-441-9296
Email ฝ่ายขาย: mdsystemsales@gmail.com
Line Official Account: @mdsystem