ความชื้นในพื้นที่ต่างๆ ของโรงงานผลิตและมาตรการควบคุม

ในโรงงานผลิตอาหาร การควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity – RH) และอุณหภูมิถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยด้านอาหาร และมาตรฐานการผลิต แม้เพียงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของสภาพแวดล้อมก็สามารถสร้างความเสียหายได้ ทั้งในด้านกายภาพของสินค้าและความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจุลินทรีย์

ตามภาพกราฟด้านล่าง จะเห็นได้ว่าไม่ใช่แค่ความชื้นเท่านั้นที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า RH เพียงอย่าง แต่ยังมีปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “อุณหภูมิ”

ที่มา: ResearchGate – Relationship between air temperature and humidity with visibility of mirage on September 1, 2017

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น อากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ทำให้ค่า RH ลดลง แม้ว่าปริมาณไอน้ำเท่าเดิม ทำให้เรารู้สึกว่าอากาศแห้งขึ้น และรู้สึกร้อนขึ้น ซึ่งจะทำให้วัตถุดิบเสียสภาพ เน่าเสียง่าย และยากต่อการควบคุมคุณภาพ

ในทางกลับกัน หากอุณหภูมิลดลง ความสามารถในการกักเก็บไอน้ำของอากาศก็จะลดลงตาม แต่ค่า RH จะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความชื้นในอากาศควบแน่นและกลายเป็นหยดน้ำ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาน้ำหยดและการปนเปื้อนจุลินทรีย์ได้ง่าย

ดังนั้นแล้ว การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (RH) ต้องทำควบคู่กัน และเครื่องลดความชื้นก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาค่า RH ให้คงที่ในโรงงานผลิตอาหาร แม้อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลง

เหตุผลที่การควบคุมความชื้นในโรงงานผลิตอาหารมีความสำคัญ:

1. ป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์:

ความชื้นสูงเกินไป (RH > 60%) เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และยีสต์ ซึ่งอาจทำให้อาหารเน่าเสียเร็วขึ้น และเกิดความเสี่ยงต่อ ความปลอดภัยของผู้บริโภค

2. ป้องกันการปนเปื้อนในสายการผลิต:

ในโรงงาน ความชื้นที่สะสมอาจทำให้เกิดหยดน้ำ (Condensation) บนเพดานหรือเครื่องจักร ซึ่งมีโอกาสหยดลงสู่อาหารหรือบรรจุภัณฑ์ ก่อให้เกิดการปนเปื้อนและไม่ผ่านมาตรฐาน GMP/HACCP

3. คงคุณภาพและอายุการเก็บรักษาอาหาร:

อาหารหลายประเภท เช่น ผงแป้ง น้ำตาล นมผง จะจับตัวเป็นก้อนถ้ามีความชื้นสูง ในขณะที่อาหารอบแห้งหรือบิสกิตอาจสูญเสีย ความกรอบและรสชาติ ทำให้คุณภาพสินค้าลดลงและอายุในการเก็บรักษาสินค้าก็สั้นลงด้วย

4. เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรและ
บรรจุภัณฑ์:

ความชื้นที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เครื่องจักรเป็นสนิม หรือทำงานติดขัด รวมถึงบรรจุภัณฑ์กระดาษหรือกล่องลังเสียหายได้ง่าย ซึ่งส่งผลต่อทั้งการผลิตและการขนส่งสินค้า

5. รักษาสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน:

หากมีความชื้นสูงในโรงงาน จะทำให้บรรยากาศอับชื้น ร้อน เหนียวเหนอะหนะ อาจก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจหรือโรคผิวหนังแก่พนักงานได้ และลดประสิทธิภาพในการทำงาน

6. ตรงตามมาตรฐานการผลิตและข้อกำหนดสากล:

มาตรฐานสากล เช่น GMP, HACCP, ISO 22000 กำหนดให้โรงงานอาหารต้องควบคุมความชื้น เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการผลิตมีความปลอดภัยและอาหารมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ

พื้นที่ในโรงงานผลิตอาหารที่ต้องควบคุมความชื้นเป็นพิเศษ

1. ห้องเก็บวัตถุดิบ:

วัตถุดิบอาหาร เช่น แป้ง น้ำตาล หรือธัญพืช มักไวต่อความชื้นสูง การดูดซับไอน้ำจากอากาศสามารถทำให้วัตถุดิบจับตัวเป็นก้อนหรือเกิดเชื้อราได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น หากอุณหภูมิในห้องไม่คงที่ ค่าความชื้นสัมพัทธ์ (RH) จะแกว่งตัว ทำให้วัตถุดิบเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การใช้เครื่องลดความชื้นควบคู่กับการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต

2. ห้องเปลี่ยนชุดของพนักงาน:

แม้ห้องนี้จะไม่ได้สัมผัสกับวัตถุดิบโดยตรง แต่การเข้าออกบ่อยครั้งของพนักงาน ทำให้ความชื้นจากเหงื่อและอุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น หากระบบระบายอากาศไม่ดี อาจเกิดการสะสมของจุลินทรีย์บนพื้นผิวและเสื้อผ้าได้ การติดตั้งเครื่องลดความชื้นในห้องนี้จึงช่วยควบคุมความชื้นสะสมและรักษาความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมก่อนเข้าสู่พื้นที่การผลิตหลัก

3. ห้องผลิตอาหาร:

ในพื้นที่การผลิตหลัก ความร้อนจากเครื่องจักรและความชื้นจากวัตถุดิบเป็นสาเหตุให้ค่า RH เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อากาศที่ร้อนเกินไปอาจทำให้ผิวอาหารแห้งหรือเปลี่ยนเนื้อสัมผัส ขณะที่ความชื้นสูงเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราและแบคทีเรีย เพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อน การใช้เครื่องลดความชื้นควบคู่กับระบบปรับอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสภาพแวดล้อมให้คงที่และปลอดภัย

4. ห้องแปรรูปเนื้อสัตว์:

การควบคุมความชื้นในห้องแปรรูปเนื้อสัตว์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะในอุณหภูมิต่ำ จะทำให้เกิดการควบแน่นบนผิวเนื้อและอุปกรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียอันตราย เช่น Listeria และ Salmonella การควบคุมความชื้นจึงช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อน และทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์มีความปลอดภัยและถูกสุขอนามัยตามมาตรฐาน

5. ห้องบรรจุภัณฑ์:

การบรรจุผลิตภัณฑ์ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง อาจทำให้บรรจุภัณฑ์กระดาษหรือกล่องลูกฟูกเสียรูป และส่งผลต่อประสิทธิภาพของซีลพลาสติก ซึ่งอาจลดอายุการเก็บของสินค้า การรักษา RH ให้คงที่ช่วยให้บรรจุภัณฑ์คงคุณภาพและเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า

6. คลังสินค้าสำหรับอาหาร:

ห้องเก็บสินค้าหรือคลังสินค้ามีความท้าทายมากกว่าห้องเก็บวัตถุดิบ เนื่องจากมีอายุการเก็บที่ยาวนานกว่า ความชื้นสูงที่สะสมในระยะยาวอาจทำให้สินค้าเสื่อมสภาพได้ แม้จะอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท โดยเฉพาะสินค้าประเภทกรอบหรือผง การใช้เครื่องลดความชื้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการคืนความชื้น (moisture migration) ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าไม่ให้สูญเสียไป

7. ห้องชั่งและผสมวัตถุดิบ:

ในขั้นตอนการชั่งและผสมวัตถุดิบ ความแม่นยำถือเป็นหัวใจสำคัญ การดูดซับความชื้นของวัตถุดิบบางชนิด เช่น ผงแป้งหรือผงเครื่องเทศ อาจทำให้น้ำหนักเปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยรวม ดังนั้น การควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ (RH) ให้ต่ำจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การชั่งตวงแม่นยำและรักษาส่วนผสมให้มีคุณภาพคงที่อยู่เสมอ

สรุป

การควบคุมความชื้นและอุณหภูมิในโรงงานผลิตอาหารไม่ใช่เพียงการรักษาคุณภาพของสินค้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านอาหารและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เครื่องลดความชื้นที่เลือกใช้ต้องสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของแต่ละห้อง ทั้งในด้านช่วงอุณหภูมิ การไหลเวียนอากาศ และการควบคุมค่า RH อย่างแม่นยำ เพื่อให้กระบวนการผลิตมีความเสถียรและปลอดภัยในทุกขั้นตอน

สอบถามเพิ่มเติม

โทร: 02-901-6928, 02-901-6998
แฟกซ์: 02-901-5850
ฝ่ายขาย: ต่อ 20-21
ฝ่ายขาย: 061-441-9296
Email ฝ่ายขาย: mdsystemsales@gmail.com
Line Official Account: @mdsystem